ทำไมต้องมี6C ?

หลัก 6c นี้ไม่ใช่เพียงงานวิจัยที่เก็บข้อมูลศึกษาระยะยาวมาตั้งแต่ ช่วง ปี ค.ศ. 1990 กับกลุ่มประชากรขนาดใหญ่หลากหลายเชื้อชาติแต่เป็น หลักการที่ทาง 4-H องค์กรเยาวชนขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่ พัฒนาเกี่ยวกับเรื่องของ Positive Youth Development ได้ทำการ ประยุกติศึกษาและ เก็บข้อมูล เชิงสถิติมาอย่างยาวนานเป็นเวลากว่า 8 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2002 โดยศึกษาจากกลุ่มเด็กวัยประถมปลายถึงมัธยม ปลายจำนวนกว่า 7,000 คน จาก 42 รัฐที่มีพื้นฐานความรู้และเชื้อชาติแตกต่างกัน

การศึกษาพบว่าเด็กที่มีทักษะ 6c จะมีผลการศึกษาและโอกาสทางอาชีพและสังคมสูงกว่าเด็ที่ไม่ได้ฝึกทักษะ พวกเขาจะเป็นพลเมืองที่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นและรู้จักการมีส่วนร่วมกับสังคม อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเร้าที่ไม่ดีต่าง ๆ น้อยกว่าปกติ เพราะทักษะชีวิตทั้ง 6C ที่ผ่านการบ่มเพาะจากสิ่งแวดล้อมที่ดีจะทำให้เด็ก ๆ รู้จักเป้าหมาย ความสามารถตัวตน การวางตัวกับผู้อื่น และมีความสุขได้ในชีวิต

ทำไมต้องมี6C ?

หลัก 6c นี้ไม่ใช่เพียงงานวิจัยที่เก็บข้อมูลศึกษาระยะยาวมาตั้งแต่ ช่วง ปี ค.ศ. 1990 กับกลุ่มประชากรขนาดใหญ่หลากหลายเชื้อชาติแต่เป็น หลักการ ที่ทาง 4-H องค์กรเยาวชนขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกาที่ พัฒนาเกี่ยว กับเรื่อง ของ Positive Youth Development ได้ทำการ ประยุกติศึกษาและ เก็บข้อมูล เชิงสถิติมาอย่างยาวนานเป็นเวลากว่า 8 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2002 โดยศึกษาจากกลุ่มเด็กวัยประถมปลายถึงมัธยม ปลายจำนวนกว่า 7,000 คน จาก 42 รัฐที่มีพื้นฐานความรู้และเชื้อชาติ แตกต่างกัน

การศึกษาพบว่าเด็กที่มีทักษะ 6c จะมีผลการศึกษาและโอกาส ทางอาชีพและสังคมสูงกว่าเด็ที่ไม่ได้ฝึกทักษะ พวกเขาจะเป็นพลเมืองที่มี ปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นและรู้จักการมีส่วนร่วมกับสังคม อีกทั้งยังมีความ เสี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเร้าที่ไม่ดีต่าง ๆ น้อยกว่าปกติ เพราะทักษะชีวิตทั้ง 6C ที่ผ่านการบ่มเพาะจากสิ่งแวดล้อมที่ดีจะทำให้เด็กๆ รู้จักเป้าหมาย ความสามารถ ตัวตน การวางตัวกับผู้อื่น และมีความสุขได้ในชีวิต

แนวคิดโมเดล 6C

ศาสตราจารย์ Richard M. Lerner เป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเชิงประยุกต์ในการพัฒนาเยาวชนที่มหาวิทยาลัยทัฟส์ ศาสตราจารย์ Lerner พบว่า 5C  เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับเยาวชนที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่ง ​5C ประกอบไปด้วย การสร้างความสามารถ เสริมความเชื่อมั่น สร้างตัวตน ใส่ความเข้าใจและห่วงใย และสานความสัมพันธ์ เมื่อเยาวชนพัฒนา 5C ให้มีความแข็งแกร่ง พวกเขาจะมีแนวโน้มที่จะเกิด C ที่ 6 คือ สร้างสรรค์สิ่งที่ดี ซึ่งหมายความว่าเยาวชนเหล่านี้จะมีความสุข มีสังคมที่ดี และสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับครอบครัว ชุมชนและสังคมได้

WATCH MORE

แนวคิดโมเดล 6C

ศาสตราจารย์ Richard M. Lerner เป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเชิงประยุกต์ในการพัฒนาเยาวชนที่มหาวิทยาลัยทัฟส์ ศาสตราจารย์ Lerner พบว่า 5C  เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับเยาวชนที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่ง ​5C ประกอบไปด้วย การสร้างความสามารถ เสริมความเชื่อมั่น สร้างตัวตน ใส่ความเข้าใจและห่วงใย และสานความสัมพันธ์ เมื่อเยาวชนพัฒนา 5C ให้มีความแข็งแกร่ง พวกเขาจะมีแนวโน้มที่จะเกิด C ที่ 6 คือ สร้างสรรค์สิ่งที่ดี ซึ่งหมายความว่าเยาวชนเหล่านี้จะมีความสุข มีสังคมที่ดี และสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับครอบครัว ชุมชนและสังคมได้

WATCH MORE

อะไรคือ6C?

Competence สร้างความสามารถ ส่งเสริมให้น้อง ๆ ก้าวหน้าโดยการเน้นไปที่การสร้างความสามารถ ที่ไม่เป็นเพียงแค่ความรู้ด้านวิชาการ แต่เป็นความสามารถนำไปต่อยอดเพื่อการเรียนรู้ได้

Confidence สริมความเชื่อมั่น เสริมความเชื่อมั่นให้กับเยาวชนผ่านการลงมือทำ การลองผิดลองถูก เพื่อที่จะทำให้เยาวชนได้ฝึกฝนการยอมรับตัวเองที่ละนิดและค่อยๆสะสมความเชื่อมั่นในตนเองขึ้นมา ซึ่งหากเยาวชนมีความเชื่อมั่นแล้ว พวกเขาจะสามารถดึงศักยภาพและความสามารถของตัวเองออกมาใช้ได้ในอนาคต

Contribution สรรค์สร้างสิ่งที่ดี การรู้จักสร้างสรรค์สิ่งที่ดีสามารถเกิดได้ทั้งกับตัวเองและเพื่อคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การสร้างโมเดลธุรกิจหรือความคิดสร้างสรรค์ ที่สร้างประโยชน์ให้คนรอบข้าง เด็กจะมองเห็นภาพใหญ่และรู้จักให้ความสำคัญกับการกระทำของตัวเองซึ่งส่งผลต่อคนรอบข้าง ต่อโลก และสิ่งอื่นๆอีกด้วย

Character สร้างตัวตน การทำความรู้จักและเสริมสร้างเอกลักษณ์ให้ตนเองมักจะเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับเยาวชนที่กำลังเติบโตมากที่สุด พวกเขาควรจะรู้จักตัวเองให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะสามารถกำหนดและวิเคราะห์ทิศทางเป้าหมายในอนาคตของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Caring สร้างความเข้าใจและความห่วงใย ความเข้าใจและความห่วงใยคนรอบข้างถือเป็นหนึ่งคุณสมบัติสำคัญในเยาวชนรุ่นใหม่ การเอาใจเขามาใส่ใจเรายังถือเป็นหลักปฏิบัติอันดับต้นๆที่จะสร้างสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้อีกด้วย

Connection สานความสัมพันธ์ ส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้ที่จะสร้างสัมพันธ์ การให้ความร่วมมือกับคนรอบข้าง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเมื่อเยาวชนมีสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง พวกเขาจะสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

อะไรคือ6C?

Competence สร้างความสามารถ ส่งเสริมให้น้อง ๆ ก้าวหน้าโดยการเน้นไปที่การสร้างความสามารถ ที่ไม่เป็นเพียงแค่ความรู้ด้านวิชาการ แต่เป็นความสามารถนำไปต่อยอดเพื่อการเรียนรู้ได้

Confidence สริมความเชื่อมั่น เสริมความเชื่อมั่นให้กับเยาวชนผ่านการลงมือทำ การลองผิดลองถูก เพื่อที่จะทำให้เยาวชนได้ฝึกฝนการยอมรับตัวเองที่ละนิดและค่อยๆสะสมความเชื่อมั่นในตนเองขึ้นมา ซึ่งหากเยาวชนมีความเชื่อมั่นแล้ว พวกเขาจะสามารถดึงศักยภาพและความสามารถของตัวเองออกมาใช้ได้ในอนาคต

Contribution สรรค์สร้างสิ่งที่ดี การรู้จักสร้างสรรค์สิ่งที่ดีสามารถเกิดได้ทั้งกับตัวเองและเพื่อคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การสร้างโมเดลธุรกิจหรือความคิดสร้างสรรค์ ที่สร้างประโยชน์ให้คนรอบข้าง เด็กจะมองเห็นภาพใหญ่และรู้จักให้ความสำคัญกับการกระทำของตัวเองซึ่งส่งผลต่อคนรอบข้าง ต่อโลก และสิ่งอื่นๆอีกด้วย

Character สร้างตัวตน การทำความรู้จักและเสริมสร้างเอกลักษณ์ให้ตนเองมักจะเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับเยาวชนที่กำลังเติบโตมากที่สุด พวกเขาควรจะรู้จักตัวเองให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะสามารถกำหนดและวิเคราะห์ทิศทางเป้าหมายในอนาคตของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Caring สร้างความเข้าใจและความห่วงใย ความเข้าใจและความห่วงใยคนรอบข้างถือเป็นหนึ่งคุณสมบัติสำคัญในเยาวชนรุ่นใหม่ การเอาใจเขามาใส่ใจเรายังถือเป็นหลักปฏิบัติอันดับต้นๆที่จะสร้างสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้อีกด้วย

Connection สานความสัมพันธ์ ส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้ที่จะสร้างสัมพันธ์ การให้ความร่วมมือกับคนรอบข้าง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเมื่อเยาวชนมีสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง พวกเขาจะสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

งานวิจัยที่ศึกษาผลระยะยาวของ 6C

มีงานวิจัยหลากหลายที่ศึกษาเกี่ยวกับโมเดล 6C ในช่วงเวลากว่า 20 ที่ผ่านมา งานวิจัยต่าง ๆ พบว่าตัวแปรทั้ง ​5C สามารถเป็นปัจจัยที่ใช้ทำนายคุณภาพชีวิตของเยาวชนได้ เยาวชนที่มีคุณสมบัติ 5C มีความเสี่ยงต่ำที่จะเผชิญภาวะซึมเศร้า และแสดงพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง ในขณะเดียวกันจะมีคุณภาพชีวิตในครอบครัว ชุมชน และสังคมที่ดี และปัจจัยที่จะส่งเสริมให้เยาวชนเกิด 5C ก็คือภาวะนิเวศน์ที่แวดล้อมตัวเยาวชนอยู่ เช่น เครือข่ายและตัวช่วยทางสังคม และปัจจัยอื่น ๆ ผนวกกับความคาดหวังที่ดีกับอนาคตอันเป็นจุดแข็งของเยาวชนในช่วงวัยนี้

งานวิจัยที่ศึกษาผลระยะยาวของ 6C

มีงานวิจัยหลากหลายที่ศึกษาเกี่ยวกับโมเดล 6C  ในช่วงเวลากว่า 20 ที่ผ่านมา งานวิจัยต่าง ๆ พบว่าตัวแปรทั้ง ​5C  สามารถเป็นปัจจัยที่ใช้ทำนายคุณภาพชีวิตของเยาวชนได้ เยาวชนที่มีคุณสมบัติ 5C มีความเสี่ยงต่ำที่จะเผชิญภาวะซึมเศร้า และแสดงพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง ในขณะเดียวกันจะมีคุณภาพชีวิตในครอบครัว ชุมชน และสังคมที่ดี และปัจจัยที่จะส่งเสริมให้เยาวชนเกิด 5C ก็คือภาวะนิเวศน์ที่แวดล้อมตัวเยาวชนอยู่ เช่น เครือข่ายและตัวช่วยทางสังคม และปัจจัยอื่น ๆ ผนวกกับความคาดหวังที่ดีกับอนาคตอันเป็นจุดแข็งของเยาวชนในช่วงวัยนี้.

การนำ 6C ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

4-H คือองค์กรพัฒนาเยาวชนของสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อนที่ช่วยให้เยาวชนราวหกล้านคนพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำที่ติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต องค์กร 4-H ได้นำเอาโมเดล “Positive Youth Development” มาใช้สร้างหลักสูตรพัฒนาเยาวชนและมีการศึกษาติดตามผลในระยะยาวกับเยาวชนที่ผ่านหลักสูตร ผลงานวิจัยในปี 2002 แสดงให้เห็นว่า 6C สามารถพัฒนาเยาวชนและสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เชิงบวกของเยาวชนอย่างไร

เยาวชนที่ได้เข้าร่วมหลักสูตร 4-H

    • มีแนวโน้มที่จะเป็นอิทธิพลที่ดีในชุมชนมากขึ้นถึง 4 เท่า
    • มีแนวโน้มปฏิบัติบทบาทความเป็นพลเมืองที่ดีเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า
    • มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมในหลักสูตรทางวิทยาศาสตร์นอกเวลาเรียนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า
    • มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจทางเลือกต่าง ๆ ในชีวิตที่ดีขึ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า

การนำ 6C ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

4-H คือ องค์กรพัฒนาเยาวชนของสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อนที่ช่วยให้เยาวชนราวหกล้านคนพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำที่ติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต องค์กร 4-H ได้นำเอาโมเดล “Positive Youth Development” มาใช้สร้างหลักสูตรพัฒนาเยาวชนและมีการศึกษาติดตามผลในระยะยาวกับเยาวชนที่ผ่านหลักสูตร ผลงานวิจัยในปี 2002 แสดงให้เห็นว่า 6C สามารถพัฒนาเยาวชนและสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เชิงบวกของเยาวชนอย่างไร

เยาวชนที่ได้เข้าร่วมหลักสูตร 4-H

  • มีแนวโน้มที่จะเป็นอิทธิพลที่ดีในชุมชนมากขึ้นถึง 4 เท่า
  • มีแนวโน้มปฏิบัติบทบาทความเป็นพลเมืองที่ดีเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า
  • มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมในหลักสูตรทางวิทยาศาสตร์นอกเวลาเรียนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า
  • มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจทางเลือกต่าง ๆ ในชีวิตที่ดีขึ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า
คอร์สทั้งหมด