ถอดบทเรียนจิตวิทยา สอนลูกอย่างไรในวันที่เขารู้สึก ‘ไม่โอเค’

It’s Okay to Not Be Okay คือซีรีส์เกาหลีที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในขณะนี้ ไม่ใช่เพราะหน้าตาสวยหล่อของพระนางหรือเรื่องราวกุ๊กกิ๊กชวนจิ้นของคู่รัก แต่เป็นเพราะเรื่องราวที่ลงลึกด้านจิตวิทยา ความสัมพันธ์ครอบครัว ความเจ็บปวด และประสบการณ์ของตัวละครที่บังเอิญเชื่อมโยงถึงประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ชมได้แบบจี้หัวใจ ยิ่งไปกว่านั้น It’s Okay to Not Be Okay ไม่ใช่ซีรีส์ที่มุ่งหน้าตีแผ่ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครหรือมุ่งจับประเด็นทางใจของผู้ชมเพียงด้านเดียว แต่ยังทำหน้าที่ปลอบประโลมและบำบัดหัวใจเพื่อให้ทุกคนที่ติดอยู่กับความรู้สึกด้านลบได้หลุดออกจากสิ่งที่ฉุดรั้งพวกเขาไว้จากการเติบโต ผ่านการยอมรับและเผชิญหน้ากับบาดแผลในอดีต

นอกจากจะสะท้อนเรื่องราวผ่านความเจ็บปวดของลูกแล้ว It’s Okay to Not Be Okay ยังเต็มไปด้วยข้อความ บทเรียน และความในใจของลูกที่ไม่เคยบอกพ่อแม่ออกไปตรงๆ วันนี้ YourNextU YOUNG จึงขออาสาหยิบเอามุมมอง แง่คิด และบทเรียนที่ถอดออกมาด้วยหัวใจจากซีรีส์สุดฮอตเรื่องนี้มาฝากกัน

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่คิดว่าลูกๆ กำลังรู้สึกไม่โอเค และยังไม่สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาได้ด้วยตัวเอง ขอแนะนำ Growth Mindset The series หลักสูตรสำหรับน้องๆ วัย 9 – 15 ปี ที่จะช่วยเพิ่มความกล้าหาญ เสริมความมั่นใจ พร้อมเปลี่ยนกรอบความคิดแบบจำกัด (Fixed Mindset) ให้กลายเป็นความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เพื่อให้น้องๆ สามารถสร้างภูมิคุ้มกันและพร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาดด้วยตัวเอง จนสามารถมองเห็นคุณค่าในตัวเองได้อีกครั้ง

Photo: tvN/ Netflix

เจ็บได้ ร้องไห้เป็น สัญญาณที่บ่งบอกว่าเรายังมี ‘หัวใจ’

‘คนที่เก็บความทรงจำแย่ๆ เอาไว้ และพยายามใช้ชีวิตต่อไป คือคนที่จะได้ความสุขไปครอบครอง’

นี่คือบทเรียนจากนิทานเรื่อง ‘เด็กชายผู้โตมากับฝันร้าย’ (The Teenaged Boy Who Grew Up Eating Nightmares) หนึ่งในนิทานของ ‘โกมุนยอง’ ตัวละครเอกของเรื่อง

‘ความสุข’ และ ‘ความเศร้า’ เป็นของที่มาคู่กันเสมอ เราไม่มีทางปฏิเสธความเศร้าได้ ในขณะที่เราก็ไม่สามารถเลือกรับเอาแต่ความสุขเอาไว้ได้เช่นกัน สิ่งที่เราทำได้ก็คือการฝึกฝนและดูแลหัวใจตัวเองให้รอดพ้นช่วงเวลาแห่งความทุกข์และความเศร้าเพื่อรอให้ถึงวันที่ความสุขจะหวนผ่านเข้ามาอีกครั้ง ร้องไห้เถอะถ้ารู้สึกเศร้า ยิ้มให้เต็มที่เมื่อความสุขผ่านมาหา ทั้งหมดนี้คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรายังมี ‘หัวใจ’

อ้อมกอดผีเสื้อ (Butterfly Hug) เป็นเทคนิคหนึ่งที่ช่วยให้ลูกสามารถผ่อนคลายความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงความรู้สึกด้านลบที่เกิดในชีวิตประจำวันได้ด้วยตัวเอง โดยสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงมองหาสถานที่ที่สงบ ลองตั้งสมาธิและหลับตา แล้วใช้มือทั้งสองข้างไขว้จับที่บ่า ตบตัวเองเบาๆ เป็นจังหวะ หายใจเข้าออกช้าๆ พร้อมนึกถึงความทรงจำดีๆ

วิธีนี้จะช่วยจัดการกับอารมณ์ด้านลบที่เกิดได้ และสามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ แม้อ้อมกอดผีเสื้อจะเป็นวิธีที่นักจิตบำบัดนิยมใช้เยียวยาผู้ป่วยที่มีบาดแผลทางใจ แต่สำหรับลูกแล้วกอดไหนก็ไม่วิเศษเท่ากอดจากความรักของคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้นจงเก็บกอดผีเสื้อไว้ใช้ในวันที่ต้องไกลกัน และอย่าละเลยที่จะมอบอ้อมกอดที่แท้จริงให้ลูกในวันที่ยังอยู่ด้วยกัน เพียงเท่านี้ลูกก็จะสามารถโอบกอดความทุกข์และยิ้มรับความสุขได้อย่างเต็มที่

Photo: tvN/ Netflix See Less

‘ความโดดเดี่ยว’ ไม่ใช่สิ่งที่ใครสมควรได้รับ

‘คนอย่างฉัน ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวก็ถูกต้องแล้ว’ นี่คือความคิดของคนที่ก้มหน้ายอมรับข้อจำกัดของตัวเอง และตีกรอบขังตัวเองเอาไว้กับ ‘ความโดดเดี่ยว’ เพราะไม่เคยได้รับคำชื่นชม ความรัก และความเข้าใจจากครอบครัว จนคิดไปว่าตัวเองไม่ดี ไม่มีคุณค่าพอที่จะได้รับสิ่งดีๆ

‘โกมุนยอง’ ตัวละครเอกของเรื่องเป็นคนหนึ่งที่ถูกคนรอบข้างมองว่าผิดปกติ เพราะบุคลิกต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) ทำให้โกมุนยองดูน่ากลัวในสายตาเพื่อนๆ เธอไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้สึกสงสารหรือเห็นใจใคร และสามารถทำร้ายผู้อื่นได้โดยไม่รู้สึกผิด เมื่อทุกคนมองว่าเธอประหลาดและพากันหันหลังให้ โกมุนยองจึงเชื่อปักใจว่าคนอย่างเธอไม่สมควรได้รับความรักและไม่ต้องการความรัก ทั้งที่ลึกๆ แล้วเธอคือคนที่โหยหามันมากที่สุด

หลายคนติดอยู่กับความคิดแบบจำกัดที่คอยบอกว่า ‘ฉันเกิดมาเป็นแบบนี้ ฉันพัฒนาตัวเองไม่ได้’ ทำให้พวกเขายอมก้มหน้ารับชะตากรรมและเชื่อว่าความโดดเดี่ยวคือสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ แต่หากเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นใหม่ หากพ่อและแม่ของโกมุนยองเข้าใจธรรมชาติของเธอ คอยสอนเธอด้วยความรักและความเข้าใจ วันนี้โกมุนยองอาจกลายเป็นผู้หญิงที่มีแต่รอยยิ้มและสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ได้อย่างมีความสุข

Photo: tvN/ Netflix See Less

เราไม่จำเป็นต้อง ‘อดทน’ กับทุกเรื่อง

‘มุนคังแท’ คืออีกตัวละครหนึ่งที่ได้รับการยกย่องเรื่อง ‘ความอดทน’ มาตลอดทั้งเรื่อง อดทนแบกรับงานหนัก อดทนการถูกเอาเปรียบ และอดทนกับการถูกทำร้ายได้โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ แต่การอดทนมากเกินไปจนไม่ยอมทำตามเสียงร้องในหัวใจเลยสักครั้ง ทำให้ ‘มุนคังแท’ กลายเป็นอีกตัวละครที่มีใบหน้าอมทุกข์พร้อมรอยยิ้มแสนเศร้าปรากฏให้เห็นตลอดเวลา

แม้การสอนให้ลูกรู้จักอดทนจะเป็นสิ่งดี แต่ในบางครั้งการที่เราปล่อยให้ลูกอดทนก้มหน้ารับชะตากรรมของตัวเองมากจนเกินไป อาจทำให้เขาไม่รู้จักวิธีที่จะต่อสู้และไขว่คว้าเพื่อตอบสนองตัวเอง เมื่อต้องแบกภาระในการข่มความต้องการเอาไว้มากเกินไป ภายในหัวใจจึงยิ่งเปราะบางจนจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ สวนทางกับบุคลิกภายนอกที่ถูกแต่งเติมให้ดูเข้มแข็งมากขึ้น บางคนแต่งเติมด้วยความก้าวร้าว บางคนสร้างความเข้มแข็งด้วยการฝืนยิ้ม

เราไม่จำเป็นต้องสอนให้ลูกอดทนกับทุกๆ เรื่องก็ได้ ปล่อยให้เขาได้ร้องไห้ ให้เขาได้งอแงราวกับเด็กๆ เปิดโอกาสให้เขาได้บอกความต้องการของตัวเอง ให้เวลาเขาได้ลองผิดลองถูกเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ต้องการดูโดยมีคุณพ่อคุณแม่อยู่ข้าง นี่คือวิธีการเลี้ยงลูกของ ‘ซุนด๊อก’ แม่ของ ‘นัมจูรี’ แม้ในวันที่ลูกร้องไห้ผิดหวังเพราะความรักที่ไม่เป็นดั่งใจ ‘ชุนด๊อก’ ก็ยังนั่งอยู่ข้างๆ ลูกสาวของเธอเสมอ นั่นทำให้ ‘นัมจูรี’ ผ่านเรื่องเศร้าใจได้ง่ายขึ้น

Photo: tvN/ Netflix See Less

สุขภาพใจที่แข็งแรงสร้างได้ด้วย ‘ครอบครัว’ ที่อบอุ่น

‘ครอบครัว’ คือรากฐานสำคัญที่จะช่วยประกอบสร้างและส่งเสริมให้เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาได้ด้วยหัวใจที่แข็งแรง ลูกจะมีความคิดแบบไหน เขาจะมองตัวเองอย่างไร ทั้งหมดนี้มี ‘ครอบครัว’ และ ‘การเลี้ยงดู’ เป็นส่วนประกอบสำคัญ ในซีรีส์เรื่องนี้เราได้เห็นครอบครัวหลากหลายรูปแบบทั้งแม่ของโกมุนยองที่บอกรักลูกสาวด้วยคำพูด แต่กลับแสดงออกด้วยการทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ แม่มุนคังแทที่ให้กำเนิดลูกชายพร้อมมอบภาระหน้าที่ให้มากกว่าอ้อมกอดที่อบอุ่น รวมถึงคุณแม่ของนัมจูรี ตัวอย่างคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจและเห็นใจจนกลายเป็นตัวแทนผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้และอบอุ่นที่สุดในซีรีส์เรื่องนี้

การที่สมาชิกในครอบครัวละเลยการมอบความรักและความอบอุ่นให้กัน ส่งผลให้ลูกตั้งคำถามกับคุณค่าของตัวเอง ความรู้สึกไม่เป็นที่รักส่งผลให้ลูกไม่รู้วิธีที่จะรักตัวเอง จึงไม่แปลกหากลูกจะคล้อยตามหรือถูกดึงดูดเข้าหาคนที่พร้อมจะมอบความรักให้เขาได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับ ‘โกมุนยอง’ และ ‘มุนคังแท’ คนเศร้า 2 คนที่รู้จักและเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ยิ่งไปกว่านั้นการทำให้ฝ่ายตรงข้ามยิ้มได้ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น

คำว่า ‘ครอบครัว’ ถูกเติมให้สมบูรณ์เมื่อ ‘มุนซังแท’ พี่ชายของคังแทเปิดใจรับมุนยองเป็นน้องสาวอีกคน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังพยายามทำหน้าที่ ‘ผู้ปกครอง’ ในฐานะผู้ใหญ่ที่คอยปกป้องเด็กน้อยทั้งสองด้วยความรัก มันไม่สำคัญแล้วว่าเราเคยเป็นใคร หรือเคยผ่านอะไรมา เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือ ไม่ว่าเราจะเป็นใครเราจะยังเป็นคนสำคัญของครอบครัวเสมอ

อ้างอิง

https://bit.ly/39SgUdx

https://bit.ly/3k3ebT7

https://bit.ly/2PkhvuZ

https://bit.ly/2EFlujD

https://bbc.in/2BT3H7L

https://bit.ly/2PkEAhm

Photo: tvN/ Netflix See Less